ราฮีม สเตอร์ลิง กับการก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้

เรียกว่าเป็นอีกหนึ่งนักเตะที่แฟนบอล ลิเวอร์พูล ไม่ค่อยชอบหน้าเอาเท่าไหร่ และถูกตราหน้าว่าจะเป็็นนักเตะที่ไม่สามารถพัฒนาฝีเท้าขึ้นมาได้แล้ว สำหรับ ราฮีม สเตอร์ลิง อดีตปีก ลิเวอร์พูล ที่สามารถระเบิดฟอร์มสุดหรูให้กับทีม แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ชนิดเป็นฟันเฟืองสำคัญในการคว้าแชมป์ของฤดูกาลนี้เลย ดังนั้นวันนี้เราเลยมาเล่าให้ฟังว่าประวัติของ ราฮีม สเตอร์ลิง มีความเป็นมาอย่างไรกันดีกว่า

ราฮีม สเตอร์ลิง เกิดวันที่ 8 ธันวาคม ค.ศ. 1994 ในประเทศจาไมก้าและได้ย้ายมาอาศัยอยู่ในอังกฤษในวัย 5 ขวบ โดยในวัยเด็กนั้นเค้าได้พัฒนาฝีเท้ากับอคาเดมี ของสโมสร ควีนส์พาร์ค เรนเจอร์ส ก่อนที่ฝีเท้าของเค้าจะได้ไปเตะตากุนซือจอมแทคติคอย่าง ราฟาเอล เบนิเตซ และได้ซื้อตัวเค้ามาพัฒนาฝีเท้าต่อกับสโมสร ลิเวอร์พูล ในปี 2010 ด้วยค่าตัว 600,000 ปอนด์

ซึ่งในช่วงการเล่นให้กับทีมเยาวชนของลิเวอร์พูล ตัว สเตอร์ลิง ก็ได้โชว์ฟอร์มดีขึ้นตามลำดับ จนได้ไปสัมผัสเกมแรกใน พรีเมียร์ลีก กับ ลิเวอร์พูล จากการเป็นตัวสำรองในเกมพบกับ วีแกน แอธเลติก ด้วยวัยเพียง 17 ปี 107 วันเท่านั้น และหลังจากนั้นเค้าก็มักได้รับการลงเล่นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งตัวเค้าเองสามารถเบิกสกอร์แรกของตัวเองในสีเสื้อ ลิเวอร์พูล ได้ในเกมที่พบกับ ไบเออร์ เลเวอร์คูเซ่น ในเกม ยูโรปา ลีก โดยในฤดูกาล 2012/2013 นั้นตัวนักเตะก็เริ่มโชว์ฟอร์มที่น่าจับตามองออกมาเพราะสามารถยิงได้ 2 ประตู และ 6 แอสซิสต์

เมื่อฤดูกาล 2013/2014 มาถึง ตัว ราฮีม สเตอร์ลิง จะเรียกว่าเริ่มโชว์ความเป็นนักฝีเท้าดีขึ้่นมาอีกขั้น ด้วยวัยเพียง 19 ปี เค้าเป็นผู้เล่นตำแหน่งปีกที่มีความเร็วสูงและอันตรายมากกับกองหลังอีกทีม เค้าสามารถทำประตูได้ถึง 11 ลูก และ 12 แอสซิสต์ พร้อมกับรางวัลส่วนตัวที่การันตีฝีเท้ามากมาย อาทิ หนึ่งในหก ดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ PFA, นักเตะยอดเยี่ยมของลิเวอร์พูลประจำเดือนเมษายน, นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยมประจำปีของสโมสรลิเวอร์พูล

และมาถึงฤดูกาล 2014/2015 ที่เจ้าตัวยังคงรักษาฟอร์มร้อนแรงในตำแหน่งปีกซ้ายได้อย่างต่อเนื่อง ตลอดฤดูกาลเค้าสามารถทำประตูได้อีก 10 ลูกและ 11 แอสซิสต์ และยังคงสามารถในเรื่องสปีดในการเลี้ยงบอล, ความคล่องตัวได้อย่างต่อเนื่อง, และฤดูกาลนี้เค้าก็ยังได้รางวัลส่วนตัวอย่างมีชื่อติดทีมดาวรุ่งยอดเยี่ยม และมีชื่อหนึ่งในหก ดาวรุ่งยอดเยี่ยมของ PFA,ดาวรุ่งยอดเยี่ยมจากการโหวตของแฟนบอล,รางวัล Golden Boy แต่และในฤดูกาลนี้แหละที่เค้าทำให้แฟนๆ ของ ลิเวอร์พูล โกรธแค้น เมื่อตัวนักเตะไม่ยอมต่อสัญญากับทีม จนแฟนบอลโห่ไล่เค้า ด้วยเหตุผลในเรื่องความภักดีของเค้าต่อสโมสร

และแล้วดราม่าการย้ายตัวของ ราฮีม สเตอร์ลิง ก็ถูกโหมกระพือขึ้นมาอีกครั้ง หลังจากมีข่าวว่าตัวนักเตะไม่ยอมต่อสัญญาด้วยค่าเหนื่อยกว่า 180,000 ปอนด์/สัปดาดห์ รวมไปถึงการกดดันสโมสรให้ขายเค้าออกไปด้วยวิธีการต่างๆ อาทิ การขึ้นบัญชีขาย, การไม่ยอมมาซ้อมกับทีม, การไม่ไป Pre- Season จนล่าสุดทาง ลิเวอร์พูล หมดความอดทนกับตัวนักเตะ และทำการขายนักเตะออกไปด้วยค่าตัว 49 ล้านปอน์ด พร้อมกับความคำสาปแช่งของแฟนๆ ลิเวอร์พูล ต่อตัว สเตอร์ลิง

ราฮีม สเตอร์ลิง กับการก้าวขึ้นมาเป็นกำลังสำคัญของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้
ราฮีม สเตอร์ลิง ย้ายไปร่วมทีมแมนเชสเตอร์ ซิตี้

ฤดูกาล 2015/2016 ราฮีม สเตอร์ลิง ได้ย้ายเข้ามาเล่นให้กับ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ พร้อมกับดีกรีมากมาย ทั้ง นักเตะดาวรุ่งที่ค่าตัวแพงที่สุดในเกาะอังกฤษ, นักเตะค่าตัวแพงที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ซึ่งแน่นอนว่าตัวนักเตะยังคงรักษามาตรฐานเดิมๆ ของตัวเค้าเองไว้ได้ โดยทั้งฤดูกาลสามารถทำประตูได้ 11 ลูก 11 แอสซิสต์

ในฤดูกาล 2016/2017 เป็นฤดูกาลเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ เพราะนี่คือฤดูกาลแรกของตัวเค้าที่จะได้ร่วมงานกับสุดยอดกุนซืออย่าง เป๊ป กวาร์ดิโอล่า ที่เข้ามาเปลี่ยนแปลงรูปแบบการเล่นของเค้า จากการที่เล่นเป็นปีกที่เน้นทักษะและความเร็วในการเอาชนะฝั่งตรงข้าม มาเป็นนักเตะที่ แอสซิสต์ เยอะ และเน้นการเล่นเป็นทีม ทำให้ฤดูกาลนี้แม้จะเงียบๆ ไปบ้างแต่ตัวนักเตะก็็มีสถิติที่สวยหรูนั่นคือ ยิง 10 ประตู/20 แอสซิสต์ นั่นเอง

ในฤดูกาล 2017/2018 เริ่มเห็นได้ชัดเลยว่า ราฮีม สเตอร์ลิง เป็นนักเตะที่ เป๊ป กวาร์ดิโอล่า รีดเร้นประสิทธภาพของเค้าออกมาได้อย่างชัดเจนมาก ฟอร์มการเล่นและผลงานของเค้าในปีนี้ถือว่าดูดีที่สุดตั้้งแต่ตัวเค้าเองเคยเล่นมาเลย ด้วยการยิง 23 ประตู และ 17 แอสซิสต์ และยังเป็นผลงานสำคัญในทีมชุดที่เรียกว่าแทบจะดีที่สุดเท่าที่ พรีเมียร์ลีก เคยมีมาเลย

และมาถึงฤดูกาลล่าสุดอย่าง 2018/2019 ที่เรียกได้ว่าเป็นปีทอง ราฮีม สเตอร์ลิง ได้เลย ด้วยการระเบิดฟอร์มสุดแจ่ม ที่แทบจะเป็นปีทองของเค้าเลย ในปีนี้เค้าคือส่วนสำคัญที่สุดของ แมนเชสเตอร์ ซิตี้ ด้วยฟอร์มการเล่น 23 ประตู 17 แอสซิสต์ พร้อมกวาดรางวัลส่วนตัวมากมายทั้ง “นักฟุตบอลยอดเยี่ยม ประจำปี 2019″ของสมาคมผู้สื่อข่าวฟุตบอล”AWA และ นักเตะดาวรุ่งยอดเยี่ยม จาก PFA ไปครองนั่นเอง !!

You might also like