ประวัติ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ

แกเร็ธ เซาธ์เกต ลืมตาดูโลกเมื่อวันที่ 3 กันยายน ค.ศ. 1970 ที่เมืองวัตฟอร์ด ประเทศอังกฤษปัจจุบันอายุ 49 ปี ซึ่งเป็นผู้จัดการทีมชาติอังกฤษคนปัจจุบัน โดยกว่าจะมาถงจุดนี้ได้เขาผ่านการคุมทีมมาไม่น้อยเหมือนกัน

เซาท์เกต เริ่มต้นอาชีพการเป็นผู้จัดการทีม ด้วยการคุมทีมมิดเดิลส์เบรอในปี 2006 ซึ่งตอนนั้นยังเล่นในพรีเมียร์ลีก โดยคุมทีมต่อจากสตีฟ แมคคลาเรน ผู้จัดการทีมคนก่อนที่โดนไล่ออกไป ในตอนนั้นเป้าหมายหลักของทีมคือการอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกให้ได้ ตัวเขาก็ตอบแทนความเชื่อใจของผู้บริหารทีมโดยการทำทีมซึ่งเมื่อเทียบกับทีมอื่นแล้วดูด้อยกว่าสามารถพาทีมจบอันดับที่สิบสองรอดตกชั้นอย่างสบาย

ในฤดูกาลถัดๆมาเขาก็ยังคงทำหน้าที่ผู้จัดการทีมต่อไปและอยู่รอดในพรีเมียร์ลีกอังกฤษจนถึงเมื่อฤดูกาล 2008-2009 ทีมของเขาก็ไม่สามารถต้านทานความแข็งแกร่งของพรีเมียร์ลีกอังกฤษได้ จบฤดูกาลนั้นทีมของเขาต้องตกไปเล่นในเดอะแชมเปียนซิพ ถึงแม้นว่าจะตกลงไปเล่นในลีกแชมปียนซิพเขาก็ยังคงได้รับโอกาสให้ทำทีมต่อไป

ในฤดูกาล 2009-2010 ที่ต้องลงไปเล่นในแชมเปียนซิพ ผลงานของทีมก็ค่อยข้างดีเลยทีเดียว เมื่ออยู่ในโซนที่มีสิทธิ์เลื่อนชั้นกลับขึ้นมาในพรีเมียร์ลีกอีกครั้ง หลังจากนัดที่เปิดบ้านเอาชนะดาร์บี้ เคาน์ตี้ 2-0 อยู่ในอันดับที่สี่ของตาราง มีคะแนนตามหลังทีมจ่าฝูงเพียงแค่คะแนนเดียว กลับมีเหตุที่ไม่คาดคิดก็เกิดขึ้นเมื่อทางสโมสรประกาศว่าเขาถูกปลดออกจากตำแหน่งด้วยเหตุผลที่ว่า แฟนบลของทีมนั้นหมดศรัทธาในตัวของผู้จัดการทีม

ประวัติ แกเร็ธ เซาธ์เกต ผู้จัดการทีมชาติอังกฤษ

หลังจากนั้น แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็ได้มาคุมทีมชาติครั้งแรกแต่เป็นทีมชาติอังกฤษชุดอายุไม่เกิน 21 ปี เขาทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมในการคุมทีม และเป็นที่เคารพของนักเตะ ต่อมาทีมชาติอังกฤษชุดใหญ่ในตอนนั้นไม่มีผู้จัดการทีมทำให้เอฟเอตัดสินใจดัน แกเร็ธ เซาธ์เกต ขึ้นมาเป็นผู้จัดการทีมชาติชุดใหญ่ ซึ่งนักเตะชุดใหญ่ทีมชาติอังกฤษต่างเคยผ่านการขัดเกลาโดย แกเร็ธ เซาธ์เกต มาก่อน ทำให้เขาเข้าใจนักเตะดีมากกว่าโค้ชชาวต่างชาติ

ทัวร์นาเมนต์แรกในนามทีมชาติของ แกเร็ธ เซาธ์เกต คือทัวร์นาเมนต์ที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของนักฟุตบอลและผู้จัดการทีม นั่นก็คือฟุตบอลโลก 2018 ที่จัดขึ้นที่ประเทศรัสเซีย และในทัวร์นาเมนต์นี้เองทีมชาติอังกฤษภายใต้การคุมทีมของ แกเร็ธ เซาธ์เกต ก็ถือว่าทำผลงานได้อย่างยอดเยี่ยมพาทีมจบในอันดับที่ 4 ของทัวร์นาเมนต์

ถึงแม้นว่าก่อนการแข่งขันจะถูกมองข้ามเพราะทั้งนักเตะและผู้จัดการทีมต่างมีประสบการณ์น้อยมากในฟุตบอลโลก แต่ผลงานกลับดีมากการจบอันดับที่ 4 ของ นี่ถือว่าเป็นผลงานที่ดีที่สุดนับตั้งแต่ปี1990 ที่จบในอันดับที่ 4 เหมือนกัน

You might also like